kbo-banner.jpg

เคบีโอ เอิร์ธ (KBO EARTH)

ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2561 ภายใต้การดูแลขององค์กรโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ประธานองค์กรคือ ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ปัจจุบันมีคณะผู้บริหารซึ่งเป็นนักวิชาการในแขนงต่างๆ นำโดยเรือเอก พิทักษ์ ตีรณกุล รน. หัวหน้าทีมวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบไมโครเวฟมากว่า 30 ปี ดร.กนกรส ผลากรกุล นักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปิโตรเคมีของประเทศผู้ได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมหลายสิบรางวัลรวมถึงยังมีนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยเฉพาะด้านเข้าร่วมมากมาย อาทิ ผู้เชี่ยวชาญระบบดิจิทัลดาต้า ผู้เชี่ยวชาญระบบไมโครเวฟ นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ นักวางระบบคอมพิวเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญในระดับสากลด้าน AI ผู้เชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีโปรแกรมเสมือนจริง ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และสมาชิกองค์กรกว่า 500 คน

ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยหลายสำนักได้ข้อสรุปว่า ภาวะโลกร้อนมีสาเหตุสำคัญมาจากขยะพลาสติกและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่จากการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์รายงานการศึกษาที่เก็บข้อมูลทางวิชาการทั่วโลก เราพบว่า มีความเกี่ยวข้องกันระหว่างภาวะโลกร้อนจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นกับการใช้ดิจิทัลดาต้า KBO Earth จึงได้ตั้งสมมุติฐานว่า คลื่นความร้อนที่เกิดจากการใช้อินเทอร์เน็ตที่มากเกินไป และการสะสมตัวของดิจิทัลดาต้าในอัตราแบบก้าวกระโดด เป็นปัจจัยเร่งที่กระตุ้นให้ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงถึงขั้นวิกฤติ เหตุเพราะข้อมูลดิจิทัลมหาศาลเหล่านี้ แท้จริงคือคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งจัดเป็นพลังงานละเอียด โดยคลื่นนี้มีคุณสมบัติสามารถก่อให้บรรยากาศโดยรอบร้อนขึ้นได้ในขณะที่มีการรับ-ส่งสัญญาณ เนื่องจากโมเลกุลของมันจะ เสียดสีกับ
โมเลกุลน้ำในอากาศ ไม่ต่างกับหลักการทำงานของเตาไมโครเวฟ

Master Acharawadee Wongsakon.jpg

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล
ประธานผู้ก่อตั้ง เคบีโอ เอิร์ธ

        อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิฯ เกิดปี พ.ศ. 2508 เคยเป็นนักออกแบบและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงของสังคม ก่อนจะประกาศอำลาชีวิตทางธุรกิจเพื่อสอนธรรมะเต็มตัวในปี พ.ศ. 2552 โดยใช้ทุนส่วนตัวก่อตั้งโรงเรียนแห่งชีวิต สอนธรรมะเด็กและเยาวชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และก่อตั้งมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการแก้ไขปัญหาการลบหลู่พระบรมศาสดาที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทั่วโลก
        ปี พ.ศ. 2561 อาจารย์อัจฉราวดีได้จัดตั้ง KBO Earth ขึ้นเพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเรื่อง “ภาวะโลกร้อน” ที่กำลังวิกฤตหนักขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนบนโลกจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกต่อไป

วิสัยทัศน์

 

เราจะเป็นผู้ทำให้ทุกคนได้เข้าถึงความจริงที่ว่า

"ดิจิทัลดาต้าคือตัวการใหม่ที่เร่งภาวะโลกร้อน"

หลักการทำงาน

 

ทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนที่สนับสนุนแนวคิดนี้อย่างจริงจัง

เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลดาต้าอย่างเป็นรูปธรรม

เคบีโอ เอิร์ธ ทำอะไร

ปัจจุบันวิกฤตโลกร้อนได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อันส่งผลให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวน และเกิดภัยธรรมชาติที่มีความถี่และรุนแรงขึ้นทั่วโลก อาทิ พายุทอร์นาโดที่เพิ่งถล่มมณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยครั้งมาก หรือพายุลูกเห็บที่เกิดขึ้นในเมืองทางตะวันออกของเม็กซิโก ทั้ง ๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงฤดูร้อน ขณะที่นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยหลายสำนักได้ยืนยันว่า หากอุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 1.5 ถึง 2 องศาเซลเซียส สิ่งมีชีวิตทั้งบนบกและในน้ำจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ จนไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็นปกติ และทำให้ประชาคมโลกตื่นตัวในปัญหาโลกร้อนมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี เมื่อกล่าวถึงสาเหตุของวิกฤตโลกร้อน คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงพลาสติกและก๊าซเรือนกระจก แต่ที่จริงแล้ว ปัญหาของภาวะโลกร้อนไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเหล่านี้แต่เพียงอย่างเดียว สะท้อนจากพลาสติกที่มีการใช้มานานกว่า 100 ปีแล้ว ซึ่งทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นมานานหลายทศวรรษ ซึ่งเร่งให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอีกระดับ แต่จนกระทั่งเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลายทั่วโลกเพิ่มมาขึ้น กลับเป็นที่น่าสังเกตว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลให้วิกฤตโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

"การรณรงค์ของเคบีโอ เอิร์ธ เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและดิจิทัลดาต้าที่เป็นตัวเร่งของภาวะโลกร้อน เริ่มต้นมาจากการตั้งข้อสังเกตของประธานเคบีโอ เอิร์ธ และนำมาสู่การค้นหาคำตอบด้วยการค้นคว้า รวบรวมข้อมูลวิจัย บทความและเอกสารทางวิชาการที่ตีพิมพ์ในต่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับภาวะโลกร้อน ตลอดจนข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ จนได้พบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ และต้องตระหนักถึงผลกระทบที่มีจากการใช้อินเทอร์เน็ตและการสะสมตัวของดิจิทัลดาต้าดังกล่าว พร้อมกันนี้ คณะทำงานของเคบีโอ เอิร์ธ ได้ใช้ความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และพิจารณาข้อมูลและผลการศึกษาต่าง ๆ โดยใช้เวลานานกว่า 7 เดือนก่อนที่จะมีการรณรงค์ออกสู่สาธารณะ ทั้งนี้ รายละเอียดต่าง ๆ ได้รับการถ่ายทอดอยู่ในหนังสือ “มหันตภัยโลกร้อนกับความจริงที่ไม่มีใครพูดถึง” รวมทั้งผ่านงานสัมมนา “ทางออกจากวิกฤตโลกร้อนกับความจริงที่ไม่มีใครพูดถึง” ณ สโมสรทหารบก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับในทางบวกเป็นอย่างดี จากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน"

book-cover-737x1024-e1570678394690.jpg

ไม่ว่าภาวะโลกร้อนจะทวีความรุนแรงจากการใช้อินเทอร์เน็ตเกินตัว และการสะสมตัวของดิจิทัลดาต้ามากขึ้นเพียงใดก็ตาม แต่เป็นที่แน่นอนว่า ปัจจัยทั้งสองส่งผลกระทบในทางลบต่อสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ง่ายๆ ในเบื้องต้น โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยงานวิจัยอย่างเป็นทางการ กล่าวคือ ผู้ใช้เครื่องมือสื่อสาร โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน ย่อมประสบพบเจอด้วยตนเองว่า การใช้เครื่องมือสื่อสารเป็นระยะเวลานานจะเกิดความร้อนมาก และด้วยจำนวนประชากรโลก 7.71 พันล้านคนในปัจจุบันที่มีและใช้เครื่องมือสื่อสารมากถึง 8.97 พันล้านเครื่องพร้อม ๆ กัน ต่างส่งคลื่นความร้อนออกมามากมายแทบจะตลอดเวลา ดังนั้น จะมีคลื่นความร้อนแผ่ออกมาสู่ชั้นบรรยากาศมากมายเพียงใด ภายใต้สภาวะที่โลกเป็นพื้นที่ปิดเพราะถูกปกคลุมไปด้วยก๊าซเรือนกระจก

ส่วนการที่ผู้คนทั่วโลกสะสมดิจิทัลดาต้ามากมายในระดับที่เรียกว่าเป็น “สึนามิของข้อมูล” จึงทำให้ผู้ให้บริการจำเป็นต้องสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ (data center) มารองรับและเก็บข้อมูลเหล่านั้น  โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ในแต่ละแห่งใช้ไฟฟ้าเท่ากับเมืองขนาดย่อม ๆ ทั้งเมือง และโดยรวมดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกใช้ไฟฟ้าประมาณ 1% ในปี 2010 และประมาณการว่าจะใช้ไฟฟ้ามากถึง 50% ภายในปี 2030 ของพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตทั่วโลก ซึ่งก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก

World_temp_info_for_web.jpg

คำอธิบายข้างต้นถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสาเหตุทั้งหมดที่สัมผัสและรับรู้ได้ “อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากการที่อินเทอร์เน็ตและระบบการสื่อสารใช้คลื่นไมโครเวฟเป็นพาหะในการนำดิจิทัลดาต้าเดินทางระหว่างคอมพิวเตอร์และเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งก่อให้เกิดการเสียดสีของพลังงานในชั้นบรรยากาศโลกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับโมเลกุลของน้ำ ภายใต้การปกคลุมด้วยก๊าซเรือนกระจก ทำให้โลกทั้งใบเปรียบเสมือนกับเตาอบไมโครเวฟขนาดใหญ่”

นอกจากนี้ หากอธิบายในมุมของพลังงาน ภาวะโลกร้อนเป็นผลของกระแสพลังงานโลกที่แปรปรวน เมื่อมนุษย์สร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ไปแทรกแซงกระแสพลังงานของโลก และสร้างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดต่างๆ เข้าไปแทรกแซงชั้นบรรยากาศของโลก หากเราพิจารณาอย่างปราศจากอคติ ลองนึกดูว่ากระแสพลังงานเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสนามพลังงานของโลกเลยเชียวหรือ?

ทุกสิ่งอย่างมีข้อดีและข้อเสีย เปรียบเสมือนเหรียญที่ย่อมมีสองด้าน หากประชากรโลกถูกชี้ให้เห็นไปในทางเดียวกันว่า อินเทอร์เน็ตและดิจิทัลดาต้าไม่มีผลกระทบทางลบอย่างมีนัยสำคัญ โดยขาดการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบด้าน ขาดความรับผิดชอบ ไม่คิดปรับพฤติกรรมการใช้แล้ว สถานการณ์อาจซ้ำรอยเช่นเดียวกับการใช้พลาสติก ที่โลกเพิ่งมาตระหนักถึงโทษภัย

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการคำนวณแล้วว่า ต่อให้ทั้งโลกลดการใช้พลาสติกและปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายใน 1-2 ปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ อุณหภูมิของโลกก็จะยังคงไต่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และจะเลยไปจนสูงกว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ แม้ว่าจากนั้นจะค่อย ๆ ลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมพออยู่อาศัยได้ก็ตาม ดังนั้น การแก้ไขปัญหาโลกร้อนด้วยวิธีการแบบเดิม ๆ จึงเป็นวิธีที่ไม่ได้ผล ไม่ตรงจุด และสภาพภูมิอากาศจะยังคงเลวร้ายลงต่อเนื่อง

Deleting Useless Digital Data

can Save Climate Crisis

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล, ประธานผู้ก่อตั้ง เคบีโอ เอิร์ธ

เคบีโอ เอิร์ธ จึงมุ่งหน้ารณรงค์เพื่อการลดภาวะโลกร้อนในทุกแนวระนาบ โดยนอกเหนือจากแนวทางที่องค์กรต่างๆ ทั่วโลกได้พยายามรณรงค์ในเรื่องการลดการใช้พลังงานที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไปจนถึงการลดใช้พลาสติก ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างยิ่งแล้ว เมื่อตัวเร่งของวิกฤตโลกร้อน อันได้แก่ การใช้อินเทอร์เน็ตที่มากเกินไป และการสะสมตัวของดิจิทัลดาต้ากลายเป็นตัวการใหญ่ของภาวะโลกร้อน เคบีโอ เอิร์ธ จึงเรียกร้องและเสนอแนะแนวทางหลักในการแก้ไขปัญหานี้ ได้แก่

  • ลบดิจิทัลดาต้าที่ไร้ประโยชน์ทุกชนิดอย่างเร่งด่วน อาทิ อีเมล์ขยะ รูปภาพที่ไม่ได้ใช้ที่ถ่ายไว้ในโทรศัพท์ รวมถึงจัดระเบียบดิจิทัลดาต้า

  • ลดการใช้อินเทอร์เน็ต โดยใช้อย่างมีวินัยและสมดุล ทั้งในหน้าที่การงานและการพักผ่อน

  • ร่วมใจกันปลูกต้นไม้ ปลูกป่า เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

  • เชิญชวนให้คนทั้งโลกพร้อมใจกันหยุดใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลา 4 ชั่วโมงในระหว่างเวลา 6.00 – 00 น. ในทุกวันอาทิตย์ของสัปดาห์ให้เป็น “Four Hours of No WIFI” คือช่วง 4 ชั่วโมงที่หยุดใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อให้คลื่นพลังงานในโลกว่างและปลอดโปร่งจากเส้นทางเดินของกระแสไฟฟ้าที่มาจากการใช้อินเทอร์เน็ต

เรายังได้เร่งทำงานวิจัยในเชิงลึก เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่ชัดเจนและพร้อมที่จะนำเสนอต่อสาธารณชนให้ได้ตระหนักรู้ถึงปัญหามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เคบีโอ เอิร์ธ กำลังแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อชวนเชิญมาเป็นแนวร่วมในการรณรงค์ลดวิกฤตโลกร้อนอย่างถูกต้องและตรงจุด ในฐานะความเป็นองค์กร หน่วยงานที่เข้าร่วมสามารถพิจารณา กำหนดนโยบาย วางมาตรการและระเบียบการจัดการการใช้ดิจิทัลดาต้าและอินเทอร์เน็ต สำหรับบุคลากรภายใน และผู้ใช้บริการหรือลูกค้าของท่าน โดยการสื่อสารเผยแพร่ข้อมูล ให้ความรู้และรณรงค์ให้ลบดิจิทัลดาต้าที่ไม่ได้ใช้งานและไม่เกิดประโยชน์ รวมทั้งลดเวลาการใช้อินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็น เพื่อช่วยกันเยียวยาภาวะโลกร้อนได้อย่างสัมฤทธิ์ผล และส่งต่อสภาพอากาศที่ดีขึ้นไปยังเยาวชนและลูกหลานให้พวกเขาได้มีชีวิตอยู่อย่างมีความหวัง

ถึงเวลาแล้วที่คนทั้งโลกต้องหันมาร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน เพราะเวลานี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสุดท้ายที่เราต้องช่วยกันปกป้องโลกจากภัยพิบัติร้ายแรง ซึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป